อาชญากรรมไร้เจ้าทุกข์

อาชญากรรมไร้เจ้าทุกข์

14113616508207.jpg

ข่าวบ่อนนวนครที่มีการเปิดเผยเอกสารระบุรายชื่อเจ้าหน้าที่จาก 22 หน่วยงานที่มารับส่วยรายเดือน ผมเชื่อว่าไม่กี่วันเรื่องคงเงียบและมีผู้ใหญ่บางคนมาแถลงข่าวว่าสอบสวนแล้วไม่พบการกระทำผิด

ไม่ต่างจากข่าวส่วยนาตาลีอาบอบนวด ส่วยภูเก็ต ข่าวหลานนายกฯ ตั้งบริษัทในค่ายทหารเพื่อรับเหมางานทหาร ข่าวลูกมหาเศรษฐีขับรถชนตำรวจตายแต่ตำรวจเองก็ปล่อยให้คดีหมดอายุความและอีกหลายกรณี

แล้วเราจะโทษใครดี โทษตัวข้าราชการ ทหารและตำรวจที่ขี้โกงว่าเป็นคนไม่ดี หรือ โทษระบบราชการว่ามันแย่ใครเข้ามาก็ต้องกอบโกย ต้องเล่นพรรคเล่นพวกและส่งส่วยเจ้านาย? หรือบางทีเราควรหันมาโทษคนไทยเจ้าของประเทศนี่แหละว่า นอกจากจะไม่ลงไม้ลงมือช่วยกันต่อสู้อย่างจริงจังกับคอร์รัปชันแล้ว ยังยอมก้มหัวยอมรับนับถือคนรวย คนมีอำนาจแม้จะรู้ดีว่าเขาโกงชาติบ้านเมืองไปขนาดไหน

ศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร เคยกล่าวว่า “คอร์รัปชันเป็นอาชญากรรมไร้เจ้าทุกข์”

คือไม่ค่อยมีใครใส่ใจหรือรู้สึกว่ามีหน้าที่ต้องต่อสู้ ขุดคุ้ย ร้องทุกข์ดำเนินคดีหรือรวมตัวกันต่อต้านการโกงอย่างเอาจริงเอาจัง

การที่คนไทยไม่สามารถรวมตัวกันต่อสู้กับคนโกงได้เช่นนี้ ทั้งๆ ที่มันสร้างความเสียหายให้คนทั้งประเทศอยู่ทุกวี่วัน อาจเป็นเพราะต่างก็คิดไปว่า ใครๆ ก็ยอมจ่าย เล็กน้อยยอมรับได้ เงินหลวงไม่ใช่เงินฉัน จะไปร้องเรียนก็ไม่รู้ว่าจะเกิดประโยชน์อะไรนอกจากตัวเองต้องเสียเวลายุ่งยากเผลอๆ อาจเดือดร้อนต้องขึ้นโรงขึ้นศาลไปด้วย จนเป็นที่มาของคำพูดว่า “ไม่คุ้มที่จะเป็นคนดี” และ “ใครๆ ก็โกง” สุดท้ายคนโกงลอยนวลเชิดหน้ากันต่อไป

แล้วเราจะปล่อยมันไปอย่างนี้อีกนานแค่ไหนเล่าครับ

Leave a comment

Filed under Uncategorized

สินบนข้ามชาติ: ปราบอย่างไรให้ได้ใจประชาชน

เมื่อเกิดกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับคอร์รัปชัน ก็ต้องเน้นการเอาเหตุและพฤติกรรมเหล่านั้นมาอธิบายให้สังคมเข้าใจ โดยไม่ละความพยายามที่จะหยุดยั้งความเสียหายที่กำลังเกิดขึ้นและหาทางเอาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพื่อสร้างความหวังให้กับประชาชนในการที่จะพูดหรือเปิดเผยข้อมูลเพื่อกำจัดคนโกงต่อไป

17796466_769082233256526_8095168072223844120_n.jpg

สินบนข้ามชาติ: ปราบให้ได้อย่างใจประชาชน

ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ว่า คดีสินบนข้ามชาติกำลังสะดุด เพราะคดีดังอย่างสินบนโรลส์รอยซ์อาจไม่สามารถหาข้อมูลพฤติกรรมและเส้นทางการเงินไปเอาผิดบรรดาคนที่มีส่วนร่วมได้ (พาดหัว นสพ. กรุงเทพธุรกิจ 2/4/60) ผู้เขียนเห็นว่า ข่าวแบบนี้นอกจากไม่มีประโยชน์แล้วยังเป็นการทำร้ายความรู้สึกของประชาชนว่าเราจะต่อสู้กับคอร์รัปชันไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเรื่องใหญ่และชัดเจนขนาดนี้ยังเอาคนโกงมาลงโทษไม่ได้

ขณะนี้สินบนข้ามชาติที่ถูกเปิดเผยมีเพียง 12 คดีเท่านั้น แต่เชื่อกันว่า การทุจริตระดับนี้ทำกันมานานแล้วและเริ่มมีรูปแบบใหม่ๆ อย่างกรณีที่ต่างชาติมาล็อบบี้ให้นักการเมืองแก้ไขกฎหมายจนสำเร็จ โดยคนที่สามารถบงการได้มักเป็นผู้มีอำนาจระดับสูงของรัฐหรือหน่วยงานเท่านั้น และที่ทำกันมากเป็นเพราะให้ผลตอบแทนดี ขณะที่ระบบป้องกันทั้งบุคลากรและเครื่องไม้เครื่องมือตรวจจับของเรายังมีน้อยหรือไม่ได้มาตรฐาน การรับจ่ายเงินสินบนก็มีทั้งที่รับจากต่างชาติโดยตรงและผ่านนายหน้า มีทั้งจ่ายและเก็บเงินไว้ในประเทศและเก็บไว้ต่างประเทศอย่างที่เป็นข่าวฉาวโฉ่ทั่วโลกในกรณีปานามา เปเปอร์

สินบนข้ามชาติหรือจะเรียกปนๆ ไปว่าค่านายหน้า – ค่าการตลาดก็ตาม เกิดขึ้นทั้งในรัฐวิสาหกิจและกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวโยงกับเมกกะโปรเจค การจัดซื้อ การจ้างที่ปรึกษา จ้างทำงาน การลงทุน การปริวรรตเงินตรา การซื้อวัตถุดิบ เช่น การซื้อขายก๊าซและน้ำมัน เป็นต้น

การต่อสู้กับคอร์รัปชันในสังคมที่มีปัญหาร้ายแรงมายาวนาน เมื่อเกิดกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับคอร์รัปชัน ก็ต้องเน้นการเอาเหตุและพฤติกรรมเหล่านั้นมาอธิบายให้สังคมเข้าใจ โดยไม่ละความพยายามที่จะหยุดยั้งความเสียหายที่กำลังเกิดขึ้นและหาทางเอาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพื่อสร้างความหวังให้กับประชาชนในการที่จะพูดหรือเปิดเผยข้อมูลเพื่อกำจัดคนโกงต่อไป

ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงปัญหาและมีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่รวมถึงให้การสนับสนุนมาตรการใดๆ ของรัฐที่จะเอาตัวคนโกงมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว ผู้เขียนขอเสนอให้ ป.ป.ช. และรัฐบาลทำงานโดยยึดโยงกับประชาชนด้วยการเร่งจัดทำข้อมูลต่อไปนี้มาเผยแพร่ให้สังคมรับรู้อย่างเป็นทางการ

  1. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดี โดยนำข้อมูลเกี่ยวกับคดีทั้งหมดที่หน่วยงานของรัฐต่างชาติได้เผยแพร่สู่สาธารณะแล้วบวกกับข้อมูลที่ไทยมีอยู่ก่อนหน้านี้ (เท่าที่เปิดเผยได้) มาสรุปเรื่องให้ความรู้แก่ประชาชน เพราะที่ผ่านมาคนไทยได้รับรู้จากสื่อมวลชนและโซเชี่ยลมีเดียเพียงด้านเดียว
  2. รายงานความพยายามของรัฐ ว่าขณะนี้รัฐบาลและ ป.ป.ช. กำลังทำอะไร ขั้นตอนไหน
  3. สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ต่อประเด็นที่สร้างความสงสัยให้สังคมอยู่ เช่น
  • ใครกันแน่ที่เป็นหน่วยงานหลักในการทำคดีและใครที่มีอำนาจตามกฎหมายในการประสานงานขอข้อมูลทางคดีจากต่างชาติ และหน่วยงานอื่นๆ อย่าง อัยการสูงสุด สตง. ป.ป.ง. ป.ป.ท.และ ศอตช. จะมีบทบาทร่วมอย่างไร
  • บทเรียนจากคดีอดีตผู้ว่าการท่องเที่ยวฯ มีความเหมือนหรือแตกต่างจากคดีอื่นๆ อย่างไร และที่มีข่าวว่า รัฐบาลต่างชาติอาจไม่ให้ข้อมูลทางคดีเพราะไทยมีโทษประหารสำหรับคดีคอร์รัปชัน แต่ในทางปฏิบัติแล้วอัยการสูงสุดสามารถทำหนังสือสร้างความมั่นใจไปยังประเทศนั้นๆ ว่าจะไม่มีการลงโทษถึงประหารชีวิตในคดีที่ขอความร่วมมือนี้ ใช่หรือไม่
  • เราสามารถใช้อนุสัญญาฯ UNCAC 2003 หรือกฎหมายฟอกเงินและมาตรการนานาชาติทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน FATF (Financial Action Task Force) ให้เป็นประโยชน์ในคดีเหล่านี้ได้แค่ไหน
  • บางคดีที่หมดอายุความตามกฎหมายอาญาหรือ กฎหมาย ป.ป.ช. แล้ว ยังมีช่องที่จะทางใช้กฎหมายอื่นไปเล่นงานหรือเปิดโปงคนโกงได้อีกหรือไม่
  1. สร้างความมั่นใจร่วมกัน ว่าเราจะป้องกันมิให้เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นอีกในอนาคตได้อย่างไร

ทำอย่างนี้ประชาชนจะได้เข้าใจปัญหา รับรู้การทำงานของรัฐว่าโปร่งใสทุ่มเทหรือมีข้อจำกัดอย่างไรที่ต้องช่วยกันแก้ไข สุดท้ายความศรัทธาต่อกันก็จะเกิดขึ้นและเป็นผลดีต่อประเทศในระยะยาว

ประเด็นนี้วันนี้ ผู้เขียนได้แรงบันดาลใจจากการบรรยายของ รศ.ดร. นิพนธ์ พัวพงศกร เมื่อประมาณปี 2556 ครับ

 ดร. มานะ นิมิตรมงคล

เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

4/4/60

Leave a comment

Filed under Uncategorized

2 ปี ข้อตกลงคุณธรรม

ประโยชน์ที่ได้จากการใช้ “ข้อตกลงคุณธรรม” มา 2 ปี

การใช้ข้อตกลงคุณธรรมนอกจากจะไม่เป็นอุปสรรค ไม่ทำให้เสียเวลาหรือเพิ่มต้นทุนในการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว ยังช่วยทำให้ประสิทธิภาพในการจัดซื้อจัดจ้างดีขึ้น ทั้งที่เป็นตัวเงินและที่มีคุณค่ามากกว่าเงิน

article_161228174453_67.png

ข้อตกลงคุณธรรม ถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความโปร่งใสการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐมาตั้งแต่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 มีโครงการจัดซื้อที่เข้าร่วมทั้งสิ้น 44 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 222,762.90 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีการจัดซื้อจัดจ้างไปแล้ว 23 โครงการ รวมมูลค่า 32,201.43 ล้านบาท เกิดการประหยัดเงินงบประมาณแผ่นดินไปได้ 6,162 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 20 โดยเฉลี่ย

โดยมีข้อสังเกตว่า โครงการจัดซื้อฯ ปีงบประมาณ 2560 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม คือ การจัดซื้อรถจักรยานยนต์สายตรวจขนาด 250 ซีซี. จำนวน 15,015 คัน วงเงินงบประมาณ 2,230 ล้านบาท แต่หน่วยงานได้ลงนามสั่งซื้อไปแล้วเมื่อ 14/12/59 ก่อนมีการใช้ข้อตกลงคุณธรรม โดยจัดซื้อในวงเงิน 2,229.97 หรือต่ำกว่าราคากลาง 3 หมื่นบาท (ข้อมูลกรมบัญชีกลาง)

จากการทำงานและการเรียนรู้ทำให้ประเมินได้ว่า การใช้ข้อตกลงคุณธรรมนอกจากจะไม่เป็นอุปสรรค ไม่ทำให้เสียเวลาหรือเพิ่มต้นทุนในการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว ยังช่วยทำให้ประสิทธิภาพในการจัดซื้อจัดจ้างดีขึ้น กล่าวคือ

  1. ทำให้ประหยัดเงินงบประมาณหรือเงินภาษีของประชาชนจำนวนมาก ดังกล่าวข้างต้น
  2. พัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

2.1 สร้างวัฒนธรรมการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ที่โปร่งใสและมีส่วนร่วมของประชาชน

2.2 สร้างประสิทธิภาพในการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น การปรับปรุงการเขียน ทีโออาร์ การกำหนดเงื่อนไขให้มีการแข่งขันมากขึ้น กำหนดเงื่อนไขการจัดซื้อที่เป็นประโยชน์กับรัฐและการกำหนดราคากลางที่เป็นธรรม เป็นต้น

2.3 ข้าราชการที่ดีทำงานง่ายขึ้น มีกำลังใจมากขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้แต่ละโครงการประสบความสำเร็จ คงมิใช่แค่การมีผู้สังเกตการณ์ที่ดีและได้รับการสนับสนุนข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับนโยบายและความเอาจริงเอาจังของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลาง สคร. รวมถึงหัวหน้าหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในหน่วยงานที่ทำการจัดซื้อฯ

ที่ผ่านมาโครงการข้อตกลงคุณธรรมยังได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากสถาบัน IOD ธนาคารพัฒนาเอเซีย (ADB) สมาคมการค้าและอีกหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะบรรดาอาษาสมัครและสมาคมวิชาชีพที่คัดสรรผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมทำหน้าที่ผู้สังเกตการณ์ (Independence Observers = IO) ในโครงการ

ดร. มานะ นิมิตรมงคล

เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ

10/4/60

Leave a comment

Filed under Uncategorized

สมการคอร์รัปชัน: แก้โจทย์ บวก ลบ คูณ หายในสังคมไทย

17424856_761954583969291_2119101036087123551_n.jpg

ภาพสะท้อนทัศนะการทำงานต่อต้านคอร์รัปชันด้วยสไตล์ของนักธุรกิจ ที่ “ปรับทัศนคติตัวเอง” เพื่อมาทำงานใกล้ชิดกับภาคราชการและประชาชน ในการขับเคลื่อนประเด็นทางสังคม

อ่านบทสัมภาษณ์คลิ้กที่นี่ มานะ นิมิตรมงคล Mana edit

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ภูเก็ต: ทำไมคอร์รัปชันเยอะจัง

ภูเก็ต: ทำไมคอร์รัปชันเยอะจัง

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาคุณประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์แห่งสถาบันอิศราและผมได้เดินทางมาภูเก็ตเพื่อพบกับคนสามกลุ่มคือ พ่อค้าแม่ค้า นักธุรกิจนักลงทุนและนักต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชน ทำให้ได้รับฟังข้อมูลสารพัดการโกง รีดไถ ข่มเหงรังแกและการฉกฉวยผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น แม้จะรู้ดีว่าพฤติกรรมชั่วร้ายแบบนี้มีทั่วประเทศ แต่จากข้อมูลและหลักฐานจำนวนมากแล้วพูดได้ว่าที่นี่มีมากและทำกันโฉ่งฉ่างแบบไม่เกรงกลัวใคร

16729418_1069616619850874_2888347200444317852_n.jpg

ส่วยร้านค้า ร้านอาหาร

ทุกวันนี้มีคนมาเก็บส่วยรายเดือนจากร้านค้าร้านอาหาร โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จาก 12 หน่วยงาน ได้แก่ ตำรวจท้องที่ ตำรวจท่องเที่ยว ตม. กองปราบ ตชด. สืบฯ จังหวัด สืบฯกอง 5 ตำรวจภาค 8 หน่วยป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ แรงงาน อบต.หรือเทศบาล และ ผู้ว่าฯ ส่วนเหตุที่ใช้ข่มขู่หรือจับกุมนั้นมีมากแต่ข้อหายอดฮิตคือการใช้แรงงานต่างด้าว

พวกเขาจะ “ตีเมืองขึ้น” เพื่อโชว์อำนาจก่อน โดยจับร้านค้าหรือจับคนงานไปโรงพักแต่มักจบด้วยการเรียกเงินแทนการดำเนินคดี เช่น จับลูกจ้างชาวพม่าจะเรียกหัวละ 2 หมื่นบาทแล้วปล่อยตัว จากนั้นจะเปิดเจรจาเก็บส่วยรายเดือนๆ ละ 1 พันบาทต่อร้าน บางพื้นที่อาจคิดเหมา เช่น ในซอยนี้มี 8 ร้านค้าใหญ่ก็ให้ไปลงขันกันมาให้ได้ 2 หมื่นบาทอย่างนี้ก็มี

แม่ค้าคนหนึ่งเล่าว่า เคยโดนคนของกองปราบจับเด็กเสิร์ฟไปดำเนินคดีและจ่ายค่าปรับที่ศาลแล้วแต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ยอมปล่อยตัวและเรียกเงิน 8 พันบาทเธอต่อรองจ่ายไป 4 พันบาทลูกจ้างเธอจึงได้รับอิสระมา

วิธี “เก็บส่วย” จะมีคนมาเดินเก็บสายใครสายมัน เช่น พวกที่อ้างว่าเป็นคนของผู้ว่าฯ จะใช้ อส. ถ้าเป็นของตำรวจมักใช้คนนอกมาเดินเก็บ บางคนมาเก็บในนามสองหน่วยงานก็มี ซึ่งแน่นอนว่าหลังจ่ายส่วยแล้วจะไม่มีการมาไล่จับกันอีก เว้นแต่บางทีเขาจะมาบอกตรงๆ ว่า ช่วงนี้เบื้องบนสั่งให้เข้มงวดขอให้ร้านค้าหยุดไปก่อนหรือมา “ขอจับ” เพื่อทำสถิติไว้บ้าง

เมื่อถามว่าทำไมไม่ไปขึ้นทะเบียนคนงานต่างชาติให้ถูกต้อง คำตอบคือ ค่าเท่ากันเพราะแค่เจ้าหน้าที่แกล้งมาจอดรถหรือมายืนให้เห็น คนงานก็กลัววิ่งหนีทิ้งงานทิ้งลูกค้าหมด คนงานพกสำเนาใบอนุญาตก็ไม่ได้ บางครั้งเรียกคนงานมาตรวจเอกสารก็แกล้งให้นั่งตากแดดเป็นชั่วโมงๆ แล้วปล่อยตัวไปเฉยๆ ก็มี คนงานนั่งรถสองแถวไปเที่ยวในเมืองหรือไปต่างอำเภอก็ผิดแล้วเพราะออกนอกเขตที่ได้รับอนุญาต ที่ไม่เข้าใจจริงๆ ก็คือ เวลาไปจดทะเบียนเขาให้เลือกว่าเป็น “กรรมกรหรือคนทำงานบ้าน” เท่านั้น ดังนั้นการทำงานในร้าน อาหารหรือโรงแรมไม่ว่าตำหน่งใดจึงถือว่าผิดเงื่อนไข

ส่วยนักธุรกิจและชาวต่างชาติ

ที่ภูเก็ตนอกจากคนไทยแล้วยังมีชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจจำนวนมากไม่แพ้กัน ทั้งในธุรกิจโรงแรม หมู่บ้านจัดสรร นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ บริการท่องเที่ยว ผับบาร์ ร้านอาหาร ศูนย์การค้า สอนดำน้ำ สอนภาษาหรือแม้แต่ให้เช่ารถเช่ามอร์เตอร์ไซค์ เหตุนี้จึงมีคนต่างชาติเข้ามาเป็นลูกจ้างทำงานในธุรกิจต่างๆ อยู่เต็มเกาะมีทั้งถูกและผิดกฎหมาย

สำหรับธุรกิจโรงแรม ประเมินกันว่าทั่วประเทศมีโรงแรมเถื่อนอยู่ร้อยละ 65 แต่ที่ภูเก็ตจะมีมากถึงร้อยละ 85 (ผมเคยเขียนไว้เมื่อ 30/11/59) โรงแรมจำนวนมากยังถือเอกสารสิทธิ์ที่ดินที่มีปัญหา แย่งที่ทำกินชาวบ้านหรือบุกรุกที่สาธารณะ มีโรงแรมเก่าแก่รายหนึ่งถึงขนาดเอาที่สัมปทานเหมืองแร่ของรัฐมาออกโฉนดได้มากถึง 600 ไร่ และเป็นที่รู้กันว่าโรงแรมที่ก่อสร้างหลังปี 2554 เกือบทั้งหมดล้วนมีความสูงของอาคารที่ฝ่าฝืนประกาศผังเมืองฉบับใหม่ แต่ไม่ว่าจะเถื่อนหรือถูกกฎหมายก็ยังมีการหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าธรรมเนียมบำรุงท้องที่และภาษีต่างๆ มูลค่านับพันล้านบาทต่อปี ทั้งหมดนี้ทำกันมานานเจ้าหน้าที่ก็รู้เห็นแต่เลือกที่จะรับเงินใต้โต๊ะแล้วปิดหูปิดตากันมาตลอด

เพียงแต่ว่าโรงแรมที่ผิดกฎหมายจะมีเรื่องให้ต้องจ่ายส่วยมากขึ้นเพื่อทำให้ธุรกิจอยู่ได้ และเมื่อรัฐบาลมีนโยบายที่จะบังคับให้โรงแรมเหล่านี้ต้องทำให้ถูกต้อง ก็มีข่าวเปิดการเจรจาเรียกเงินรายละประมาณ 2 ล้านบาทเพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดีแล้ว

มีนักธุรกิจต่างชาติพูดกับผมว่า “อยู่เมืองไทยจะทำถูกกฎหมายเป็นไปไม่ได้ เพราะคนไทยยังจ่ายแต่ฝรั่งต้องจ่ายมากกว่า” เวลาที่พวกเขาไปยื่นเอกสารจดทะเบียนทำธุรกิจ แม้เอกสารครบแต่เรื่องไม่เดินมันจะกองอยู่อย่างนั้นโดยไม่รู้ว่าเพราะอะไร ถามมากเจ้าหน้าที่ก็หงุดหงิด ในที่สุดใครๆ ก็จ่าย พอจ่ายเงินแล้วเจ้าหน้าที่ก็บอกโอเค โอเค ยูไปทำงานไปเปิดร้านค้าได้ไม่มีการพูดถึงเอกสาร ฝรั่งรำคาญก็ยอมตามนั้นแต่ผ่านไปวันดีคืนดีก็จะมีเจ้าหน้าที่มาจับเขาอีกเพราะไม่มีเอกสารไม่มีใบอนุญาต ทุกวันนี้ต่างชาติจึงกลัวเมืองไทยเพราะอะไรก็ต้องจ่ายสินบน ถึงจ่ายแล้วเรื่องก็ไม่จบและไม่สนใจด้วยว่าจะโดนใครเข้ามาเล่นงานซ้ำอีก

ฝรั่งรายหนึ่งอยู่เมืองไทยมา 18 ปี เคยโดนคนในเครื่องแบบหลายนายบุกมาที่บริษัทของเขาขู่จะจับตัวไปดำเนินคดีที่โรงพักหากไม่ยอมจ่ายเงิน 6 หมื่นบาท ด้วยความกลัวเขาจึงยอมจ่ายไป 5 หมื่นบาท โดยมีเงื่อนไขว่าต่อไปเขาต้องจ่ายเป็นรายเดือนๆ ละ 5 พันบาท เขายังบ่นให้ฟังอีกว่า ไม่รู้เพราะอะไร 2 ปีนี้คนต่างชาติโดนหนักมากหรือจะเป็นเพราะรู้กันแล้วว่ารัฐบาลทำอะไรพวกเขาไม่ได้

จากการสอบถามพบว่านักธุรกิจอาจต้องจ่ายส่วยให้กับเจ้าหน้าที่ทุกสีมากถึง 26 หน่วยงาน เป็นสีกากีเสีย 10 หน่วยและนี่อาจเป็นที่มาของข่าวลือว่าสีกากีหาดป่าตองมีรายได้พิเศษมากถึง 30 ล้านบาทต่อเดือน

เสียงสาปแช่งของชาวบ้าน

ผมยังได้ไปดูสถานที่ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่ามีการคอร์รัปชันหลายแห่ง เช่น อ่างเก็บน้ำคลองกะทะ 180 ล้านบาท การสร้างทางจักรยานในสวนหลวงระยะทาง 4 กม. มูลค่า 14 ล้านบาท ทั้งๆ ที่เป็นทางทำใหม่เพียง 2 กม. และใช้ถนนเก่ามาตีเส้นทาสีใหม่อีก 2 กม.

“มีวัยรุ่นฝรั่งโดยตึกตายมาแล้วนับสิบรายแล้ว ดูเผินๆ คนคิดว่าเป็นเรื่องของคนคลั่งเมายา แต่เบื้องหลังคือมีผับบาร์จำนวนมากเห็นแก่ได้ ขายเหล้าผสมยาบ้าเพื่อเรียกลูกค้า เจ้าหน้าที่ก็รู้ว่าใครทำอะไรแต่ทุกคนเอาเลือกเอาเงิน โดยไม่สนว่าจะมีคนตายหรือเสียชื่อเสียงของประเทศอย่างไร” เป็นอีกตัวอย่างความเลวร้าย

ที่เล่ามาบางส่วนนี้คือความทุกข์ของคนภูเก็ต วันนี้มีเพียงมาการบอกเล่าเอาหลักฐานมาให้ดูโดยไม่มีใครกล้าเปิดเผยตัวหรือเป็นพยานให้เพราะกลัวจะได้รับอันตราย แน่นอนว่าในสังคมที่มีคอร์รัปชันรุนแรงเช่นนี้การต่อสู้ของคนในท้องถิ่นตามลำพังเป็นเรื่องยาก แต่การเอาชนะนั้นมีทางเดียวคือ คนภูเก็ตต้องรวมตัวกันสู้ สู้เพื่อความถูกต้อง เพื่อศักดิ์ศรีและอนาคตของทุกคน สู้ให้เป็นแบบอย่างของคนไทยทั้งประเทศ  เพียงแต่ขอให้รัฐบาลสนับสนุนและปกป้องมิให้พวกเขาถูกอำนาจมืดรังแกกันง่ายๆ เท่านั้นเอง

 

ดร. มานะ นิมิตรมงคล

เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

13 กุมภาพันธ์ 2560

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ตำรวจกับคอร์รัปชัน

ตำรวจ กับ คอร์รัปชัน

กรณีโกงสอบเข้าเป็นตำรวจ จับครูแพะ ตำรวจอุ้มฆ่าสาวทอมและนายพลรับเงินเดือนจากเอกชน ทำให้สังคมมีความกังขาว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรและตำรวจมีไว้ทำอะไร

16114804_725192657645484_3355262211510600905_n.jpg

รายงานของ กรรมาธิการฯ สปช.* ได้กล่าวถึงปัญหาของตำรวจไว้น่าสนใจ พอสรุปได้ดังนี้

วงการตำรวจไทยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีปัญหาคอร์รัปชันเกิดขึ้นตั้งแต่ระดับนายพลถึงนายสิบ ทั้งการเรียกรับสินบน การใช้อำนาจปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง เรียกรับส่วยจากผู้ใต้บังคับบัญชา รู้เห็นเป็นใจหรือช่วยเหลือสนับสนุนผู้ทำผิดกฎหมายและการวิ่งคดี ขณะที่นายตำรวจระดับสูงมีการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างหรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจนส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อการทำงานทั้งระบบ เช่น สร้างโรงพัก ซื้อรถจักรยานยนต์สายตรวจ เป็นต้น

ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ “พนักงานสอบสวน” ที่มีการทำงานแบบเอาตัวรอดและเรียกรับผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป่า บิด ดำ หรือ เคลียร์คดี มีผลประโยชน์ส่วนตัวและความอยุติธรรม ลำเอียง ผู้บังคับบัญชาสามารถแทรกแซงสั่งการคดีได้ตามอำเภอใจ เอื้อประโยชน์พวกพ้อง (ฝากคดี) และมักทำคดีเข้าข้างตำรวจด้วยกัน พฤติกรรมเหล่านี้ได้สร้างความเสียหายให้ทั้งพนักงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติและประชาชนในวงกว้าง

โดยสรุป คอร์รัปชันได้บ่อนทำลายทัศนคติของตำรวจที่ควรยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรมให้บกพร่องไปและกลายเป็นปัญหาสำคัญในการบริหารจัดการ นอกจากนี้ การที่ตำรวจยังขาดความเป็นอิสระและมักถูกแทรกแซงทางการเมือง ทำให้ปัญหาที่หมักหมมมาตลอดนี้ขาดการแก้ไขอย่างจริงจัง เป็นเหตุให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นและไม่ไว้วางใจการปฏิบัติงานของตำรวจ ทั้งๆ ที่ การปฏิบัติงานของตำรวจเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรมและสมควรเป็นหลักประกันความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน

จึงจำเป็นต้องเร่งให้มีการปฏิรูปตำรวจอย่างรอบด้าน เช่น วางแนวทางการแต่งตั้งโยกย้ายที่เหมาะสม วางกลไกตรวจสอบถ่วงดุลย์การใช้อำนาจโดยเฉพาะพนักงานสอบสวน สร้างความเป็นอิสระปราศจากการแทรกแซง พัฒนาระบบฐานข้อมูล เร่งถ่ายโอนภารกิจที่มิใช่ภารกิจหลักของตำรวจให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น จราจร ท่องเที่ยว เป็นต้น นอกจากนี้ควรมีการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารกิจการตำรวจตั้งแต่ระดับชาติลงไปและให้มีการประเมินความพึงพอใจของประชาชนในการปฏิบัติงานของตำรวจ เป็นต้น

ดร. มานะ นิมิตรมงคล
เลขาธิการ
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

* กรรมาธิการการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สภาปฏิรูปแห่งชาติ วาระที่ 6 กิจการตำรวจ, 17/4/2558

Leave a comment

Filed under Uncategorized

เปิดปม “ผลประโยชน์” ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

เปิดปม “ผลประโยชน์” ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

1. คนและเงิน ของ อปท. ทั่วไทย

ก. มีจำนวนทั้งสิ้น 7,853 แห่ง ประกอบด้วย อบต. อบจ. เทศบาล กทม. และ เมืองพัทยา

ข. มีนักการเมืองท้องถิ่น 1.4 แสนคน มีเจ้าหน้าที่ประเภทต่างๆ 4.4 แสนคน เฉพาะ กทม. มี 9 หมื่นคน

ค. มีงบประมาณ 5.6 แสนล้านบาทต่อปี เมืองขนาดใหญ่มีงบประมาณมากๆ เช่น กทม. มี 7.8 หมื่นล้านบาท โคราช มี 2 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ อบต.เล็กๆ อาจมีงบประมาณไม่ถึงสิบล้านบาท เป็นเงินที่มาจากการจัดเก็บเอง เงินส่วนแบ่ง งบอุดหนุนและงบจากหน่วยงานอื่นเพื่อใช้ในกิจกรรมต่างๆ

2. อำนาจและโอกาส
แยกเป็น 3 กลุ่มสำคัญ ดังนี้

ก. การจ้างงาน และ การจัดซื้อจัดจ้าง เช่น ทำถนน สะพาน ขุดบ่อน้ำ คูคลอง ทำสวนสาธารณะ สนามกีฬา การบรรจุแต่งตั้งโยกย้ายเจ้าหน้าที่ เช่น ผู้ดูแลเด็กเล็ก ครูผู้ช่วยสอน

ข. อำนาจในการพิจารณาอนุญาตอนุมัติ เช่น สร้างตึก สร้างโรงแรม การประกอบธุรกิจอุตสาหกรรม สถานบันเทิง อำนาจในการควบคุม/ตรวจสอบ อำนาจประเมินและจัดเก็บภาษี/ค่าธรรมเนียม/เงินบำรุง/ค่าปรับ บางประเภท

ค. อำนาจในการกำกับดูแลหรือดำเนินการเอง เช่น ปะปา บำบัดน้ำเสีย กำจัดขยะ ฌาปนสถาน โรงรับจำนำ โรงฆ่าสัตว์

3. ผลประโยชน์

เครือข่ายของนักการเมืองและระบบราชการที่ขาดความโปร่งใส ได้ปิดกั้นการมีส่วนร่วมของคนในท้องถิ่น ทำให้การตรวจสอบและเปิดโปงเป็นไปได้ยาก ขณะที่กลไกการตรวจสอบของรัฐก็ไปไม่ทั่วถึง ทำให้คนที่ตั้งใจเข้าไปทุจริตสามารถใช้โอกาสและอำนาจที่มีอยู่ไปเอื้อประโยชน์พวกพ้อง เรียกรับเงินใต้โต๊ะ ค่าน้ำร้อนน้ำชา แม้กระทั่งการนำของหลวงไปใช้ส่วนตัว

พฤติกรรมคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นบางครั้งพบว่ามีการเชื่อมโยงกับ อปท. อื่น เช่นการซื้อขายตำแหน่งและโยกย้ายเจ้าหน้าที่ข้ามพื้นที่ หรือมีการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายด้วยการประสานของคนจากหน่วยราชการส่วนกลางหรือนักการเมืองรวมทั้งพ่อค้าด้วยก็มี

ในบางกรณียังพบว่า “ผู้นำท้องถิ่นที่ฉ้อฉล” ยังเรียกรับเงินจากนักธุรกิจเพื่อไปบิดเบือนการทำประชาพิจารณ์ในพื้นที่ของตนอีกด้วย

4. บทสรุป

ประเทศไทยจำเป็นต้องคง อปท. ไว้ต่อไป เพราะมีประโยชน์มาก และพวกขี้โกงทั้งที่ถูกจับได้และยังไม่ถูกจับนั้นมีเป็นส่วนน้อย แต่เราต้องช่วยกันคิดหาหนทางทำให้ “การเมืองโปร่งใส” โดยเร็วเพื่อให้การบริหารจัดการของคนท้องถิ่น เพื่อท้องถิ่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพครับ

ดร. มานะ นิมิตรมงคล
เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

7/1/60

หมายเหตุ : สถิติตามข้อ 1 ข. และ ค. เป็นข้อมูลจากการรวบรวมของผู้เขียน มิใช่ข้อมูลทางการ

เรื่องเกี่ยวเนื่อง: วิ่งงบประมาณ: ใครผิด ใครโกง https://thaigoodgovernance.wordpress.com/…/%E0%B8%A7%E0%B8…/

Leave a comment

Filed under Uncategorized