Category Archives: Uncategorized

คอร์รัปชันในระบบราชการ คืออะไร?

คอร์รัปชันในระบบราชการ คืออะไร?

32498294_1410333162445883_8332112442570047488_n.jpg

มีคำถามว่า “มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ” ที่รัฐบาลเพิ่งประกาศใช้เมื่อ 27 มีนาคมที่ผ่าน ทำไมจึงใช้คำลงท้ายว่า “ในระบบราชการ” ซึ่งต่างไปจากเดิมที่ทางการมักใช้คำว่า การทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐหรือในหน่วยราชการ (Corruption in Public Sector) ที่มีความหมายกว้างๆ

การทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ น่าจะตรงกับคำว่า Bureaucratic Corruption หรือ “คอร์รัปชันในระบบราชการ” ซึ่งหมายถึง การคอร์รัปชันของข้าราชการที่ทำโดยอาศัยตำแหน่ง อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือนโยบายที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา อาจเป็นการลงมือทำโดยคนๆ เดียว ทำเป็นกลุ่มเล็กๆ เป็นเครือข่ายขนาดใหญ่หรือบางกรณีก็เป็นการร่วมมือข้ามหน่วยงาน โดยสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาแม้ไม่มีนักการเมืองหรือคนในคณะรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้องบงการ

รูปแบบคอร์รัปชัน มักเป็นการโกงกินจากงบประมาณ ค่าใช้จ่าย – ค่าดำเนินการ ยักยอกเบียดบังเอาทรัพย์สินเงินทองไปจากรัฐ ใช้อำนาจหน้าที่ไปเรียกรับผลประโยชน์จากบุคคลอื่นหรือปล่อยให้พวกพ้องได้ประโยชน์จากรัฐด้วยเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม เช่น คดีเงินทอนวัด โกงเงินคนไร้ที่พึ่ง เงินแปะเจี๊ยะ ส่วยเทศกิจ ส่วยรถบรรทุก ตำรวจรีดไถ และการเรียกค่าอำนวยความสะดวกในการออกใบอนุญาตอนุมัติต่างๆ เป็นต้น

ความเสียหายจากคอร์รัปชันประเภทนี้มักไม่รุนแรงมาก เนื่องจากข้าราชการที่คอร์รัปชันมีขอบเขตอำนาจจำกัดตามตำแหน่งหน้าที่ในหน่วยงานของตน เว้นแต่จะทำเป็นเครือข่ายหรือทำโดยข้าราชการระดับสูง ซึ่งต่างจากการคอร์รัปชันโดยนักการเมือง (Politic Corruption) ที่มีอำนาจและเครือข่ายกว้างขวาง จึงสามารถวางแผนกอบโกยผลประโยชน์ได้ครั้งละมากๆ จัดเป็นคอร์รัปชันขนาดใหญ่ ที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างกว้างขวางรุนแรง เช่น คดีจำนำข้าว คดีคลองด่าน คดีรถและเรือดับเพลิงของ กทม. โครงการบ้านเอื้ออาทร เป็นต้น

แต่ก็มีหลายกรณีที่เจ้าหน้าที่เป็นผู้ฉ้อโกงแล้วรวบรวมเงินส่วนแบ่งส่งให้นักการเมือง เพื่อแลกกับการยินยอมหรือปล่อยให้พวกตนโกงต่อไปได้ เพื่อการดูแลปกป้องหรือเพื่อผลในการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่ง เช่น กรณีโกงเงินคนไร้ที่พึ่ง ส่วยโรงพักและการขอใบอนุญาตตั้งโรงงานในอดีต เป็นต้น

ดังนั้นการใช้คำที่ต่างไปนี้ จึงมีข้อดีที่ช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่าง คอร์รัปชันประเภทหนึ่งที่กระทำโดยข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับอีกประเภทหนึ่งที่มีนักการเมืองเป็นผู้สั่งการ

บางทีรัฐบาลอาจต้องการบอกด้วยว่า ข่าวคอร์รัปชันที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในช่วงนี้ เขาไม่ได้เป็นคนทำนะครับ…

ดร. มานะ นิมิตรมงคล
เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)
15/5/61

#BureaucraticCorruption #คอร์รัปชันในระบบราชการ

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

10 อันดับประเทศที่มีคอร์รัปชันมากที่สุดในโลก (2018)

10 อันดับประเทศที่มีคอร์รัปชันมากที่สุดในโลก
32824869_1413019818843884_1425873024229310464_n.jpg
จากการจัดอันดับของ ‘องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ’ ปรากฎว่า 10 ประเทศที่มีคอร์รัปชันมากที่สุดในโลก ได้แก่ เซ้าท์ซูดาน กีนีบิสเซา ลิเบีย อิรัก แองโกล่า ซูดาน อัฟกานิสถาน โซมาเลีย เกาหลีเหนือ โดยไนจีเรีย ได้อันดับบ๊วยจาก 180 ประเทศทั่วโลก

รายงานระบุว่า ประเทศที่เต็มไปด้วยการโกงกินเหล่านี้หลายประเทศเคยก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและร่ำรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติ แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นประเทศที่ยากจนและเต็มไปด้วยความขัดแย้งเข่นฆ่ากัน ประชาชนอดอยาก ชีวิตไม่ปลอดภัย การศึกษาและสาธาณสุขขาดแคลนและล้าหลัง

ปัญหาที่คล้ายกันของประเทศเหล่านี้คือ การมีผู้นำรัฐบาลที่ละโมบจนหลงผิดไปว่าอำนาจและผลประโยชน์เป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรได้และสามารถสืบทอดกันได้เสมือนเป็นสมบัติของครอบครัวด้วย พวกเขาจึงทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจไว้แม้บางครั้งจะต้องอ้างสถานการณ์ปลอมๆ เพื่อปิดบังความจริงหรือหลอกลวงประชาชน เช่นกรณีเกาหลีเหนือ เป็นต้น

ยังมีปัญหาการบริหารราชการโดยขาดธรรมาภิบาล แม้แต่ข้าราชการตัวเล็กตัวน้อยก็สามารถรีดไถฉ้อโกงได้ มีกฎหมายแต่ถูกใช้อย่างไม่เป็นธรรมเลือกปฏิบัติไม่ตรงไปตรงมา มีช่องโหว่ให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจดุลยพินิจเอาตามอำเภอใจ ปล่อยให้มีการค้าขายผิดกฎหมายหรือผูกขาดได้โดยง่าย เสรีภาพในการแสดงความเห็นหรือตรวจสอบการใช้อำนาจและงบประมาณของรัฐดูจะเป็นไปไม่ได้

ประชาชนแทบไม่มีทางเลือก การดิ้นรนและจำยอมเพื่อให้ตนและครอบครัวมีกินมีชิวิตอยู่รอดเป็นเรื่องสำคัญกว่าสิ่งใด การโกงและการเอารัดเอาเปรียบจึงกลายเป็นวิถีชีวิตของผู้คน วังวนเช่นนี้ยิ่งซ้ำเติมให้คอร์รัปชันรุนแรงและฉุดรั้งประเทศให้ทรุดหนักไปเรื่อยๆ

เขียนเรื่องนี้โดยไม่มีข้อคิดเห็นอะไรครับ มีแต่คำสวดภาวนาขออย่าให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับประเทศไทยของเราเลย…สาธุ

ดร. มานะ นิมิตรมงคล
เลขาธิการ
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ
…………………………
– เอกสารประกอบ Corruption Perception Index 2018 และ The 10 Most Corrupt Countries in The World by The Daily Records, 26/3/2018

– ขอคุณภาพประกอบจากกูเกิล

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ชีวิตดี๊ดี สองนาทีง่ายๆ: Citizen Feedback ผลงานเพื่อสังคมไทย

ชีวิตดี๊ดี สองนาทีง่ายๆ: Citizen Feedback ผลงานเพื่อสังคมไทย
…………
ปัญหาที่คนไทยต่างเคยเจอกับตัวเองเมื่อไปติดต่อราชการ เช่น หน้างอ รอนาน บริการช้า เอกสารไม่ครบ คนเซ็นต์ไม่อยู่ ยืดเยื้อไม่มีกำหนด อากาศร้อน ห้องน้ำสกปรก ไม่มีที่นั่งรอ ไปจนถึงการเรียกค่าอำนวยความสะดวกหรือเงินใต้โต๊ะ

ถึงวันนี้หลายอย่างจะปรับปรุงให้ดีขึ้นมากแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังล้าหลังสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

เมื่อต้นปี 2558 จึงมีการออก พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการฯ ที่กำหนดให้หน่วยราชการทุกแห่งรวมทั้งอำเภอ โรงเรียน โรงพัก โรงพยาบาล เทศบาล อบต. ต้องพัฒนาระบบการให้บริการประชาชน

แต่ผ่านไปสองปีกว่ายังพบว่าไม่คืบหน้าสักเท่าไหร่ และจากที่รับฟังมาหลายหน่วยงานก็ไม่รู้ว่าตนควรจะปรับปรุงอะไร หรือบางหน่วยงานก็คิดเอาเองว่าตัวเองทำดีอยู่แล้ว ค่าน้ำร้อนน้ำชาเงินสินบนอะไรก็ไม่มีแล้ว

ทำให้ภาคเอกชนต้องปรึกษากันว่า ถ้าอย่างนั้นเรามาหาทางให้ ‘ประชาชนเป็นผู้ประเมินความพึงพอใจเมื่อมาใช้บริการของหน่วยราชการ’ เองดีไหม ด้วยการสร้างช่องทางง่ายๆ ให้ประชาชนได้สะท้อนความคิดเห็น เพื่อให้หน่วยงานนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนาการทำงานของตนเองและแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องทันท่วงที และเมื่อบริการของรัฐมีประสิทธิภาพ ความโปร่งใส เงื่อนไขการคอร์รัปชันเมื่อประชาชนไปติดต่อใช้บริการก็จะลดลงโดยปริยาย

ปลายปี 2559 ภาคเอกชนนำโดยแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) ร่วมกับสมาคมวิจัยการตลาดแห่งประเทศไทย (TMRS) และพันธมิตรอื่นๆ จึงเริ่มโครงการที่เรียกว่า ‘ชีวิตดี๊ดี 2 นาทีง่ายๆ หรือ Citizen Feedback’ โดยเชิญชวนให้ประชาชนร่วมตอบแบบสอบถามออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือของตนเอง ณ บริเวณหน่วยราชการไปใช้บริการในขณะนั้น ทั้งหมดใช้เวลาไม่เกินสองนาทีและข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้ตอบจะเป็นความลับ

15 มีนาคม 2560 ได้นำโครงการนี้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ให้รับทราบเพื่อขอการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล

วันที่ 18 กันยายน – 13 ตุลาคม 2560 ได้เริ่มใช้ระบบนี้เป็นครั้งแรกที่หน่วยราชการ 5 แห่ง ได้แก่ ฝ่ายทะเบียนกรมขนส่งทางบก ศูนย์รับคำขอใบอนุญาตสำนักงาน อย. สำนักงานที่ดิน กทม. สำนักงานที่ดินห้วยขวางและจังหวัดนนทบุรี ได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนที่มาใช้บริการตามหน่วยงานนั้นๆ โดย CAC เป็นผู้ดำเนินการและออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

โดยตั้งเป้าว่าหลังจากขยายและพัฒนาระบบให้สมบูรณ์ขึ้นแล้วจะขยายโครงการไปให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้นโดยหมุนเวียนตามหน่วยราชการต่างๆ ทั่วประเทศ

โครงการ ‘ชีวิตดี๊ดี สองนาทีง่ายๆ หรือ Citizen Feedback’ จึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่ภาคเอกชน นักวิชาการและสมาคมวิชาชีพได้ทุ่มเทร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนตระหนักว่า การแสดงความคิดเห็นของประชาชนสามารถมีส่วนร่วมทำให้เกิดมาตรฐานและการให้บริการของรัฐที่ดีขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม

ดร. มานะ นิมิตรมงคล
เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ
19/5/61

#ทรัพย์สินทางปัญญา #ActiveCitizen #พลเมืองตื่นรู้สู้โกง #CAC #IOD

Leave a comment

Filed under Uncategorized

นโยบายไม่ให้-ไม่รับของขวัญปีใหม่ 2560-61

อะไรที่ไม่ดี ก็เลิกไป

เสียงตอบรับแสดงความยินดีจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ อย่างภาคภูมิใจว่าหน่วยงานของเขาได้มีส่วนร่วมในการประกาศนโยบาย ‘ไม่ให้ – ไม่รับ’ ของขวัญจากข้าราชการชั้นผู้น้อยและนักธุรกิจในเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา

ปลัดกระทรวงท่านหนึ่งเล่าติดตลกว่า การงดรับของขวัญทำให้ท่านมีพวงมาลัยไหว้พระเยอะมากเป็นพิเศษ แต่ดีใจกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของข้าราชการชั้นผู้น้อยที่มีมากล่าวคำอวยพรและแสดงความรักความปราถนาดี ที่สำคัญคือเป็นสุขที่ได้หลุดพ้นจากวิธีปฏิบัติเดิมๆ ที่รู้ดีว่าสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านเอง

ข้าราชการอีกท่านหนึ่งอธิบายว่า ผู้ใหญ่ที่พวกเขาต้องไปให้ของขวัญแต่ละปี ไม่ได้มีแค่อธิบดี แต่รวมถึงที่ปรึกษา ผู้ตรวจ รองอธิบดีและผู้อำนวยการต่างๆ ด้วย ยิ่งต้องไปมอบของขวัญข้ามหน่วยงานด้วยจำนวนกระเช้ายิ่งต้องเพิ่มมากไปอีก ให้ไม่ครบก็ไม่ได้ เขารู้ภายหลังจะไม่ดี

เงินที่ใช้ก็มาจากการเรี่ยไรบ้าง ดึงเอาเงินจากกองทุนสวัสดิการของหน่วยงานบ้างหรือไม่ก็ควักกระเป๋าจ่ายเอง ข้าราชการที่มีแต่เงินเดือนลำบาก แต่คนที่รับสินบน – กินใต้โต๊ะมาตลอดเขาไม่เดือดร้อนหรอก

พวงมาลัย ดอกไม้ ขนมอบขนมไทย ข้าวสารถุงเล็กๆ ภาพในหลวง การ์ดอวยพร จึงกลับมาเป็นของมีคุณค่าที่มอบความสุขแก่กันแทนของขวัญและกระเช้าราคาแพงในเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา

ขอขอบคุณพลังแห่งความดีของทุกท่านครับ

ดูรายชื่อหน่วยงานที่ประกาศนโยบาย No gift policy ปีนี้ กดลิ้งค์..

https://www.isranews.org/isranews/62750-act.html

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ราชการไทยแก้ไขไม่ได้เลยหรือ

ราชการไทยแก้ไขไม่ได้เลยหรือ

ความล้มเหลวของคำสั่ง คสช. ที่ 21/2560 เรื่อง ห้ามหน่วยราชการเรียกสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สูติบัตร และสำเนาเอกสารราชการอื่นๆ จากประชาชนที่มาติดต่อขอรับบริการ แต่มีหน่วยงานเพียงร้อยละ 2.37 เท่านั้นที่สามารถปฏิบัติได้ ขณะที่อีกร้อยละ 44.71 ทำได้บางส่วนและร้อยละ 52.94 ไม่สามารถปฏิบัติได้เลยหลังจากออกคำสั่งไปตั้งแต่ 4 เมษายน 2560 หรือ 9 เดือนที่แล้ว

มีคำอธิบายว่า เป็นเพราะรัฐบาลไม่จริงจัง สักแต่ว่าสั่ง ไม่ติดตามให้เกิดผลสำเร็จ ข้าราชการจำนวนมากก็คิดแต่ว่าตนเป็นนายไม่ใช่ผู้รับใช้ให้บริการ เลยเห็นความเดือดร้อนยุ่งยากของชาวบ้านเป็นเรื่องธรรมดา บางคนทำงานจนชินไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไรหรือบางทีวิธีใหม่ๆ ก็อาจทำให้เขาเสียประโยชน์ เสียรายได้ไป บ้างก็กลัวว่าทำแล้วจะยุ่งยากหรือเกิดความผิดพลาดจนมีปัญหาถูกร้องเรียน สู้ไม่ทำเสียดีกว่า เลยอ้างโน่นโทษนี่ดึงเรื่องไปก่อนเพราะอีกไม่ช้าก็เปลี่ยนแปลงรัฐบาลแล้ว จะไปทำให้มากเรื่องทำไม

หน่วยงานที่ต้องปฏิบัติตามก็ไม่ใส่ใจ กฎหมายปฏิบัติไม่ได้หรือติดขัดอะไรก็นิ่งเฉยไม่รายงานไม่เร่งแก้ไข ยิ่งตอนนี้รัฐบาลหนุนหลังข้าราชการทุกเรื่องการเข้มงวดลงโทษจึงไม่ต้องเกรงกลัว สรุปไปเลยว่า รัฐบาลต้องรับผิดชอบที่ออกกฎหมายแล้วปฏิบัติไม่ได้

แต่วันนี้เรามาทบทวนกันดีไหมว่า ‘ถ้าหวังพึ่งแต่นายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีอีกไม่กี่คน มันจะทำอะไรได้สักแค่ไหน แล้ว 20 กระทรวงกับข้าราชการอีกสองล้านกว่าคนที่มีอยู่ไม่ต้องร่วมกันรับผิดชอบประเทศนี้เลยหรืออย่างไร’

มาคิดดีมองบวกให้มากขึ้น มาตรการเพื่อประชาชนเช่นนี้หากสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ทั้งชาวบ้านและคนทำมาค้าขายจะได้รับความสะดวก ลดภาระลดความกังวล เอาเวลาไปทำมาหากินหรือดูแลครอบครัวได้มากขึ้น ข้าราชการก็ทำงานง่ายไม่ต้องวุ่นวายกับเอกสารกองโต มาตรการใหม่นี้ยังเป็นการบังคับให้ต้องปรับเปลี่ยนวิธีทำงาน ขั้นตอนระบบงานต่างๆ ต้องเปลี่ยนแปลงให้ชัดเจนและเชื่อมโยงถึงกัน เครื่องมือและเทคโนโลยีก็ต้องพัฒนาให้ทันสมัย ซึ่งหมายถึงวันข้างหน้าหากต้องการยกระดับปรับปรุงหรือพัฒนาเรื่องอื่นๆ อีกก็จะทำง่ายขึ้น สรุปแล้วเป็นผลดีกับทุกคน

เรามักพูดถึงคนสิงคโปร์ ที่ช่วยกันเปลี่ยนเกาะเล็กๆ และขาดแคลนให้เป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ในเวลาไม่กี่สิบปี แซงไทยแซงคนทั้งเอเซีย จนใครๆ ก็ยอมรับในความขยัน ชาตินิยมและมีวินัย แต่ดูแล้วคนของเขาก็ไม่ได้ต่างไปจากไปกว่าคนไทยมิใช่หรือ

หันมองบ้านเรา พอมีปัญหาอะไรมันแก้ยากเพราะเราปฏิบัติต่อกันอย่างขาดวินัย ขาดความรับผิดชอบ มุ่งจับผิดหาเรื่องจนคนเก่งคนดีต่างกลัวไปหมด ครั้นออกกฎหมายใหม่มาบังคับก็ไม่เข้มงวดไม่เป็นธรรมหรือมองข้ามผลประโยชน์ส่วนรวม อย่างนี้กฎหมายก็ติดขัดกลายเป็นปัญหาอีก

วันนี้ดิจิตอลกำลังเขย่าโลก คนไทยกำลังต้องการปฏิรูประบบราชการ ปฏิรูปการต่อต้านคอร์รัปชัน ดังนั้นน่าจะเป็นเวลาที่ทุกคนเอาสิ่งที่มีในตัวมาสร้างประเทศ รัฐบาลทำงานให้เกาะติดมากขึ้น เจ้าหน้าที่ของรัฐเลิกลอยตัวแล้วมาช่วยกันเป็นมดงาน ประชาชนก็มาช่วยคิด ตรวจสอบและเสนอแนะว่าอะไรดี ใครจะจับผิดวิพากษ์วิจารณ์ก็ทำแต่พอควร

เพราะสังคมที่มีความรักความอบอุ่น ทุกคนต้องช่วยเหลือและเห็นอกเห็นใจกัน

บทความนี้ผู้เขียนขอขอบคุณข้อคิดเห็นดีๆ จาก ท่านอาจารย์วิชา มหาคุณ คุณประยงค์ ปรียาจิตต์ คุณไชยณัฐ เจติยานุวัตร และคุณช่อผกา วิริยานนท์

 

ดร.มานะ นิมิตรมงคล

เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

5 กุมภาพันธ์ 2561

Leave a comment

Filed under Uncategorized

‘พลเมืองตื่นรู้ สู้โกง’ มิติใหม่ของการต้านโกง

‘พลเมืองตื่นรู้ สู้โกง’ มิติใหม่ของการต้านโกง

สังคมไทยมีความหวังมากขึ้นในการกำจัดคอร์รัปชัน เพราะความรู้และทัศนคติของคนไทยต่อพฤติกรรมโกงกินได้เปลี่ยนไป จากเคยยอมจำนนว่าเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ทำกัน และเป็นหน้าที่ของรัฐบาล หรือ ป.ป.ช. ในการป้องกันและไล่จับคนโกง มาวันนี้คนส่วนใหญ่นอกจากจะปฏิเสธและรังเกียจการโกงกินแล้ว ยังพยายามเข้ามามีส่วนร่วมลงไม้ลงมือในการแก้ปัญหา ไม่ดูดายปล่อยตามยถากรรมให้เป็นเรื่องของราชการอีกต่อไป ความเข้มแข็งในการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอร์รัปชันของภาคประชาชนจึงก้าวหน้าอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

ผลงานและความเสียสละมากมายที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวที่ คนไทย นักธุรกิจ ข้าราชการยุคใหม่ เยาวชนหัวทันสมัย สื่อมวลชนและนักวิชาการที่ตื่นรู้ได้มาร่วมลงมือต่อสู้กับภัยคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นอยู่รอบตัว

คนไทยเข้าใจและพร้อมสู้

กรณีแหวนเพ็ชรและนาฬิกาหรู เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า เมื่อใดก็ตามที่ข้อมูลไม่ชอบมาพากลถูกเปิดเผยออกมา (แม้จะไม่ตั้งใจ) การตรวจสอบรอบด้านโดยประชาชนจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมาก ยังมีข้อมูลโกงกินของนักการเมืองและข้าราชการจำนวนมากที่ถูกบอกเล่าจากประชาชนผ่านสื่อออนไลน์อย่าง เพจ ‘หมาเฝ้าบ้าน’ เพจ ‘ต้องแฉ’ ‘สำนักข่าวอิศรา’ ‘สำนักข่าวไทยพับลิก้า’ รวมทั้งสื่อหลักอย่าง หนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ ต่างๆ ก็ใส่ใจผลิตรายการเจาะประเด็นคอร์รัปชันมากขึ้น

ที่น่ายินดีกว่านั้นคือการได้รู้ว่า วันนี้ประชาชนไม่ได้รอว่ารัฐบาลจะทำอะไรเพื่อป้องกันหรือจับคนโกง แต่ประชาชนจำนวนมากพร้อมที่จะร่วมลงมือทำกันเอง เพียงแต่ขอให้รัฐเปิดใจสนับสนุนให้นโยบายเปิดเผยข้อมูลสาธารณะเกิดขึ้นจริงจังตามมาตรฐานสากล พร้อมกับคอยปกป้องให้เขามีสิทธิมีเสียง มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ช่วยให้เขาสามารถรวมตัวกันต่อสู้เปิดโปงเรื่องฉ้อฉลโดยไม่ต้องกลัวการข่มขู่คุกคามเช่นที่ผ่านๆ มา

ความจริงข้อนี้ยืนยันได้จากการออกไปรับฟังความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ รวมทั้งผลการสำรวจของ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ

ภาคเอกชนที่ใส่ใจ รับผิดชอบ

โครงการใหญ่และสำคัญมากที่ต้องกล่าวถึงคือ ‘โครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต’ หรือ CAC ที่ต้องการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันด้วยความร่วมมือกันของภาคธุรกิจ และโครงการร่วมมือของธุรกิจตลาดทุนในการจัดตั้ง ‘กองทุนธรรมาภิบาลไทย’ 11 แห่ง ที่สามารถระดมทุนรวมกันได้เกือบ 4 พันล้านบาท เพื่อไปลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม และเมื่อกองทุนมีกำไรก็แบ่งปันออกมาถึงร้อยละ 40 ไปอุดหนุนโครงการเพื่อสังคมและการต่อต้านคอร์รัปชันที่ดำเนินการโดยประชาชนอีกด้วย

ทุกวันนี้มีบริษัทที่มีชื่อเสียงและนักธุรกิจรุ่นใหม่จำนวนมาก ตั้งใจและเข้ามามีส่วนร่วมในการทำให้สังคมดีขึ้น ด้วยวิธีการที่ตนเองถนัดและมีทรัพยากรอยู่ เราจึงได้เห็นการรณรงค์ในภาคเอกชนด้วยกันเองให้หันมาใส่ใจและรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้นแทนที่จะมุ่งแสวงหากำไรอย่างไม่สิ้นสุด ผลงานดีๆ หลายอย่างจึงปรากฏในปีที่ผ่านมา เช่น ภาพยนต์เรื่อง ฉลาดเกมส์โกง เกมส์สำหรับวัยรุ่น ชื่อ คอร์รัป – จะหยุดยั้งหรือปล่อยไป หลักสูตรสุจริตไทย พ็อคเก็ตบุ๊คดีๆ เช่น สมการคอร์รัปชัน หมากระดิกหาง ฝ่าวิกฤติคอร์รัปชันไทย การจัดงานมหกรรมทำดีหวังผล สังคมดี๊ดี 2 นาทีง่ายๆ และอีกหลายอย่างที่เกิดจากความต้องการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันของประเทศ

ข้าราชการกับการดูแลกันเอง

‘ลงมือทำดีแม้ไม่มีคำสั่งหรือนโยบายจากรัฐบาล’ เป็นสิ่งที่พบเห็นจากการที่ ปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้อำนวยการและข้าราชการรุ่นใหม่จำนวนมากได้ลงมือทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี พร้อมๆ กับการเชิญชวนให้เพื่อนในหน่วยงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตสำนึกและรับผิดชอบ เพื่อให้หน่วยงานของตนเป็น ‘องค์กรที่ดี’ ที่ทุกคนสามารถทำงานอย่างมีความสุข ไม่ต้องกังวลกับการกดดันแทรกแซงที่ไม่ชอบธรรมใดๆ

กอปรกับมีแนวคิดใหม่ว่า ‘คอร์รัปชันในระบบราชการจะลดลงอย่างมาก หากข้าราชการในหน่วยงานกันเองไม่ยินยอม’ และเมื่อตรวจพบความผิดก็จัดการลงโทษพร้อมหาทางแก้ไขป้องกันในทันที โดยไม่ต้องรอเวลาให้หน่วยงานภายนอกอย่าง ป.ป.ช. ป.ป.ท. หรือ สตง. มาตรวจสอบเสียก่อน

หน่วยงานสำคัญอย่าง ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตประจำกระทรวง (ศปท.) ที่ทำงานอย่างใกล้ชิดกับข้าราชการ เริ่มได้รับการส่งเสริมและสร้างความเข้าใจกับเพื่อนข้าราชการ หน่วยงานนี้จึงมีความสำคัญมากกว่าหน่วยงานหรือคณะกรรมการนับสิบที่รัฐบาล ก.พ. หรือ กพร. จัดตั้งขึ้นและทำงานซ้ำซ้อนกันโดยไม่มีผลงานที่จับต้องได้

ความสำเร็จในการรณรงค์ให้มีการประกาศนโยบาย ‘ไม่ให้ – ไม่รับของขวัญในเทศกาลปีใหม่’ จากข้าราชการชั้นผู้น้อยและนักธุรกิจในปี 2560 ก็ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของ ศปท.

นักวิชาการร่วมคิดหาความรู้มาสู้โกง

การเอาชนะคอร์รัปชันจำเป็นต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจบนพื้นฐานความเป็นจริง มากกว่าความเชื่อหรือใช้ความรู้สึกไปตัดสินสิ่งที่มองเห็นและได้ยิน ในปีที่ผ่านมาเราได้เห็นการสนับสนุนและผลงานวิจัยที่มีประโยชน์จำนวนมากจากสถาบันต่างๆ อย่าง สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สภาพัฒน์ฯ ทีดีอาร์ไอ ป.ป.ช. และมูลนิธิบางแห่ง  แน่นอนว่าความรู้ที่เกิดขึ้นจะช่วยให้เราแก้ไขปัญหาที่ต้นตอได้อย่างคุ้มค่า ตรงประเด็นมากขึ้น

มีการจัดตั้งสถาบันวิชาการด้านธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชันขึ้นในมหาวิทยาลัยรังสิต นิด้า จุฬาฯ และธรรมศาสตร์ ยังมีการรวมกลุ่มนักวิชาการรุ่นใหม่อย่าง สยามแล็ป รู้ทันกันโกง แฮนด์ เชนจ์ ฟิวชั่นและอีกหลายเครือข่ายที่ทำงานกันอย่างเสียสละ

บทสรุป

เรื่องดีๆ เหล่านี้เป็นประกายแห่งความหวังที่ทำให้มั่นใจว่า ‘แนวโน้มสถานการณ์คอร์รัปชันของประเทศกำลังดีขึ้น’ คนไทยเอาชนะคอรัปชันได้ แต่จะสำเร็จช้าเร็วเพียงใดขึ้นอยู่กับการสนับสนุนและเข้าร่วมของคนไทยทุกคน และนี่คือมิติใหม่ในการสร้างอนาคตที่ดีให้กับประเทศไทย ประเทศที่จะไม่ยอมให้ใครมาชี้หน้าว่าขี้โกง

 

ดร. มานะ นิมิตรมงคล

เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

9/1/61

Leave a comment

Filed under Uncategorized

No Gift Policy ไม่ให้ ไม่รับของขวัญ

‘ไม่รับ-ไม่ให้ ของขวัญ’ จุดเริ่มการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน

เมื่อถึงเทศกาลขึ้นปีใหม่เรามักเห็นภาพข้าราชการชั้นผู้น้อยควักกระเป๋าหรือเรี่ยไรเงินกันเพื่อซื้อหาของขวัญไปมอบแก่ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจ นักธุรกิจก็เดินสายนำของขวัญไปมอบแก่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และนักการเมืองเช่นกัน เรื่องเหล่านี้เราคุ้นเคยจนดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้ว แต่เราอาจมองข้ามไปว่า นี่เป็นพฤติกรรมที่นำไปสู่การทุจริตประพฤติมิชอบได้

น่ายินดีที่หลายปีมานี้ในบ้านเราเริ่มมีหน่วยราชการและองค์กรของรัฐ เช่น กระทรวงสาธารณสุข ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงรัฐวิสาหกิจและธุรกิจเอกชนชั้นนำหลายแห่งที่ตื่นตัวเข้าใจถึงปัญหานี้ ได้ออกนโยบายและแนวปฏิบัติการ ‘ไม่รับ-ไม่ให้’ ของขวัญเพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่หวังผลประโยชน์ตอบแทนอื่น ให้คนในองค์กรของตนปฏิบัติไปในทางเดียวกัน ซึ่งมาตรการดีๆ แบบนี้ในต่างประเทศเขายึดถือปฏิบัติกันแพร่หลายมานานแล้ว

มีคำอธิบายถึงเหตุผลที่ควรเลิกการปฏิบัติแบบนี้กล่าวคือ เป็นภาระและสิ้นเปลือง ผู้ให้ต่างหวังที่จะวิ่งเต้นเส้นสายเอาใจนายหรือแสดงการสวามิภักดิ์ เพื่อหวังประโยชน์ตอบแทนหรือหวังให้ได้รับการส่งเสริมให้ได้รับลาภยศได้ตำแหน่งที่ดีหรือให้มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในวันข้างหน้า ซึ่งทุกเหตุผลที่กล่าวมาล้วนเข้าข่ายการมี “ผลประโยชน์ทับซ้อน” ทั้งสิ้น

แม้จะมีข้าราชการและเอกชนจำนวนมากที่ไม่เต็มใจจะเที่ยวเอาของขวัญไปให้ผู้ใหญ่ แต่ก็เกรงว่าเมื่อคนอื่นเขายังทำกันอยู่ หากตนไม่ทำก็จะเสียโอกาสหรือโดนเจ้านายหาเหตุตำหนิเอาภายหลังได้ ดังนั้นเรื่องนี้หากได้กำหนดเป็นนโยบายที่ทุกหน่วยงานของรัฐทำเหมือนๆ กัน ก็จะเป็นการช่วยให้ความตั้งใจของทุกๆ ฝ่ายประสบความสำเร็จไปด้วย เพราะไม่ต้องกังวลหรือถูกกดดันจากเจ้าหน้าที่รัฐอีกต่อไป

มีข้อสนับสนุนให้มีการประกาศนโยบายงดรับของขวัญ หรือ ‘No Gift Policy’ ให้เป็นนโยบายระดับชาติ เพื่อเป็นการย้ำเตือนถึง ‘อุดมการณ์ของข้าราชการที่ดี จักต้องทำงานอย่างมืออาชีพโดยยึดประโยชน์ส่วนรวมของรัฐและประชาชนเป็นสำคัญ’ ด้วยความโปร่งใส ตรงไปตรงมา ให้เกิดความสำเร็จตามภาระหน้าที่ ด้วยเหตุนี้ผู้ใหญ่จึงควรแสดงตนเป็นแบบอย่างให้ทุกคนเห็นว่า ตนจะยอมรับผลประโยชน์ตอบแทนที่รัฐมอบให้จากการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ทุกคนควรทำหน้าที่ของตนเองอย่างถูกต้องสมบูรณ์ไม่มีการเอาเรื่องส่วนตัวมาเป็นเหตุผลเหนือเรื่องส่วนรวม การปฏิบัติเช่นนี้ยังเป็นบรรทัดฐานที่ดีสำหรับภาคเอกชนเพื่อสร้างความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจให้เป็นองค์กรที่มีธรรมาภิบาล

นโยบายงดรับของขวัญ (No Gift Policy) จึงเป็นหลักปฏิบัติให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันในสังคมไทย

ดร. มานะ นิมิตรมงคล

25 พฤศจิกายน 2560

Leave a comment

Filed under Uncategorized