Monthly Archives: April 2017

พูดดูดี แต่กล้าทำจริงหรือเปล่า

นายมีชัย ฤชุพันธ์ ได้พูดไว้หลายครั้งว่า วิถีใหม่ในการต่อต้านคอร์รัปชันตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือการทำให้ทุกอย่างโปร่งใสและเพิ่มอำนาจให้ประชาชนเจ้าของประเทศได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้เงินและอำนาจของรัฐได้เข้มแข็ง

2016-02-18_212448

แต่วันนี้ประชาชนหรือแม้แต่สื่อมวลชนก็แทบไม่ได้รับรู้หรือมีส่วนร่วมเลยใน “การจัดทำกฎหมายใหม่หรือแก้ไขกฎหมายเดิม ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาคอร์รัชันที่กำลังจัดทำอยู่นั้น ว่ามีอะไรบ้าง ใครเป็นคนทำเรื่องอะไร จะเขียนจะแก้กันอย่างไร แล้วจะเกิดประโยชน์ใช้งานได้ตรงใจประชาชนหรือไม่

ประมาณว่ามีกฎหมายอย่างน้อย 22 ฉบับและมาตรการอื่นที่มิใช่กฎหมายอีก 8 เรื่อง ที่จะบอกอนาคตได้ว่าการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันของประเทศจะสำเร็จหรือล้มเหลว เช่น การปฏิรูปตำรวจ การปฏิรูปการศึกษา กฎหมาย ป.ป.ช. กฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง มาตรฐานทางจริยธรรมสำหรับองค์กรอิสระ ส.ส. ส.ว. และ ครม. กฎหมายเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการให้เป็นไปตามระบบคุณธรรม กฎหมายเกี่ยวกับสิทธิของบุคคลและชุมชนในการรับทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานรัฐ การกำหนดหลักเกณฑ์การใช้สิทธิของประชาชนในการติดตามและเร่งรัดให้รัฐดำเนินการและฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐ และ กฎหมายการส่งเสริมและคุ้มครองประชาชนในการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ เป็นต้น

วันนี้ยังทันแน่นอนถ้ารัฐบาลจะดึงประชาชนมาร่วมรับรู้และมีส่วนร่วมในการจัดทำกฎหมายเหล่านี้ เพื่อสร้างงการยอมรับและความร่วมมือในอนาคต

ดร. มานะ นิมิตรมงคล

เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

16 เมษายน 2560

ขอบคุณภาพประกอบจากเว๊ปไซท์ abc norporchor.com

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

กฎหมายรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชันโดยประชาชน

การจะทำให้ประเทศของเราเป็นบ้านเมืองที่ดีปราศจากคอร์รัปชันดูเป็นเรื่องยากเกินฝัน เพราะที่ผ่านมาประชาชนจะพูดหรือทำอะไรก็ยาก ทั้งเกรงกลัวทั้งไม่รู้ว่าตนเองควรจะทำอะไรหรือไปร้องเรียนกับใครได้ มีบ่อยครั้งที่โดนหลอกโดนปิดบังและโดนข่มขู่ จะหวังพึ่งรัฐบาลพึ่งนักการเมืองก็ยังลำบากใจ ดังนั้นการที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 63 ให้ “รัฐต้องสนับสนุนและปกป้องการรวมตัวของประชาชนเพื่อต่อสู้กับปัญหาคอร์รัปชันของชาติ” จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้าและเหมาะสมอย่างยิ่ง

กฎหมายเป็นอย่างไร

รัฐธรรมนูญฯ มาตรา 63 ทำให้ต้องมีการออกกฎหมายใหม่ เรียกว่า “ร่าง พ.ร.บ. การส่งเสริมและคุ้มครองประชาชนในการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ” เพื่อขยายความหลักการของกฎหมาย รวมถึงกำหนดแนวทาง กลไกและข้อปฏิบัติให้ชัดเจน โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้

                 มาตรา 63 “รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายที่เกิดจาก                            การทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน และจัดให้มีมาตรการและกลไก                           ที่มี ประสิทธิภาพเพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบดังกล่าวอย่างเข้มงวด                              รวมทั้งกลไกในการส่งเสริม ให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่วมในการรณรงค์ให้ความรู้                                       ต่อต้านหรือชี้เบาะแส โดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ”

ประการแรก เจตนารมย์ของกฎหมาย กำหนดว่า “รัฐต้องสนับสนุน” ให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไข ป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชัน โดยการทำให้ทุกคนรู้เท่าทันปัญหา สถานการณ์และภัยร้ายจากคอร์รัปชันที่กำลังเกิดขึ้นทั้งในภาครัฐและเอกชน

ประการที่สอง สร้างกลไกที่ทำให้ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงออกและสนับสนุนการรวมกลุ่มเพื่อการเคลื่อนไหวต่อต้านคอร์รัปชันโดยได้รับการคุ้มครองจากรัฐ ต้องมีกลไกบังคับ มีหน่วยงานรับผิดชอบ และมีบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจน ทั้งนี้ประชาชนควรได้รับรู้อย่างชัดแจ้งเกี่ยวกับมาตรการและความจำเป็นที่ต้องมีกฎหมายนี้

ประการที่สาม ส่งเสริมให้ประชาชนตื่นตัว เข้าใจสิทธิหน้าที่ของตน มีความเป็นอิสระและเข้มแข็งด้วยตัวเอง สามารถร่วมมือกับรัฐอย่างเท่าเทียมและมีศักดิ์ศรี โดยคำว่า “ประชาชน”  จะครอบคลุมทั้งปัจเจกบุคคล กลุ่มคน ภาคประชาสังคม เอ็นจีโอ และเจ้าหน้าที่ของรัฐในฐานะที่เป็นประชาชน

นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญฯ ยังบัญญัติหลักการที่เกี่ยวเนื่องไว้ในมาตรา 41 (1)(3) และ มาตรา 51 ให้บุคคลและชุมชนมีสิทธิได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐ  รวมถึงสามารถติดตามเร่งรัดให้รัฐต้องดำเนินการตามหน้าที่และสามารถฟ้องหน่วยงานของรัฐเนื่องจากการกระทำหรือการละเว้นการกระทำของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐได้

ประชาชนควรทำอย่างไร

กฎหมายนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการจัดทำของรัฐบาล ซึ่งต้องมีการศึกษาอย่างรอบคอบร่วมกับภาคประชาชนเพื่อวางโครงสร้างของกฎหมาย กำหนดกลไกและมาตรการบังคับให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพเป็นจริงในสังคมที่ประชาชนต้องเผชิญอยู่ ดังนั้นเพื่อให้มั่นใจว่ากฎหมายฉบับนี้จะใช้งานได้จริงและเกิดประโยชน์กับประชาชนเต็มที่ จึงจำเป็นที่คนไทยทุกสาขาอาชีพโดยเฉพาะนักวิชาการและบุคคลผู้มีประสบการณ์ในการต่อสู้กับคอร์รัปชันทั้งภาครัฐและประชาชนต้องช่วยกันเสนอข้อคิดเห็นและมาตรการที่ควรกำหนดไว้ในกฎหมายนี้อย่างหลากหลายรอบด้าน โดยอาจเสนอข้อคิดเห็นผ่าน สื่อมวลชน องค์กรเครือข่ายต่างๆ หรือที่ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

ตัวอย่างมาตรการที่ควรกำหนดไว้ในกฎหมายนี้ เช่น จัดตั้งกองทุนสนับสนุนภาคประชาชนในการต่อต้านคอร์รัปชัน มาตรการป้องกันการฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อปิดปาก (Anti-SLAPP Law) การช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้ร้องเรียน การไม่ต้องรับผิดของผู้ให้สินบนเมื่อตนเองเป็นผู้ไปเปิดเผยข้อมูลการทุจริตแก่ ป.ป.ช. การส่งเสริมประชาชนให้มีการรวมกลุ่มร่วมมือกัน การให้รางวัลนำจับแก่ประชาชนผู้ชี้เบาะแสเพื่อสร้างแรงจูงใจและช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เป็นต้น

บทสรุป

ความมุ่งหวังที่จะทำให้ประชาชนสามารถรวมตัวกันเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการจัดการกับปัญหาคอร์รัปชันของชาติ โดยกำหนดให้รัฐบาลต้องขจัดสิ่งที่เป็นอุปสรรคสำหรับประชาชน ควบคู่ไปกับการจัดให้มีการสนับสนุนอย่างเหมาะสมเพียงพอ รณรค์ให้ความรู้และสร้างค่านิยมคนไทยมีวัฒนธรรมรังเกียจการโกงและไม่ยอมให้ใครโกง แนวทางเช่นนี้จึงเป็นเรื่องถูกต้อง เพราะจะทำให้ประชาชนได้แสดงบทบาทความเป็นเจ้าของประเทศ และเป็น Active Citizen ที่กล้าลงมือกระทำเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมอย่างยั่งยืน เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศอย่างแท้จริง และทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า “คนไทยสามารถเอาชนะคอร์รัปชันได้”

ดร. มานะ นิมิตรมงคล

เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

17 เมษายน 2560

Leave a comment

Filed under Uncategorized

อาชญากรรมไร้เจ้าทุกข์

อาชญากรรมไร้เจ้าทุกข์

14113616508207.jpg

ข่าวบ่อนนวนครที่มีการเปิดเผยเอกสารระบุรายชื่อเจ้าหน้าที่จาก 22 หน่วยงานที่มารับส่วยรายเดือน ผมเชื่อว่าไม่กี่วันเรื่องคงเงียบและมีผู้ใหญ่บางคนมาแถลงข่าวว่าสอบสวนแล้วไม่พบการกระทำผิด

ไม่ต่างจากข่าวส่วยนาตาลีอาบอบนวด ส่วยภูเก็ต ข่าวหลานนายกฯ ตั้งบริษัทในค่ายทหารเพื่อรับเหมางานทหาร ข่าวลูกมหาเศรษฐีขับรถชนตำรวจตายแต่ตำรวจเองก็ปล่อยให้คดีหมดอายุความและอีกหลายกรณี

แล้วเราจะโทษใครดี โทษตัวข้าราชการ ทหารและตำรวจที่ขี้โกงว่าเป็นคนไม่ดี หรือ โทษระบบราชการว่ามันแย่ใครเข้ามาก็ต้องกอบโกย ต้องเล่นพรรคเล่นพวกและส่งส่วยเจ้านาย? หรือบางทีเราควรหันมาโทษคนไทยเจ้าของประเทศนี่แหละว่า นอกจากจะไม่ลงไม้ลงมือช่วยกันต่อสู้อย่างจริงจังกับคอร์รัปชันแล้ว ยังยอมก้มหัวยอมรับนับถือคนรวย คนมีอำนาจแม้จะรู้ดีว่าเขาโกงชาติบ้านเมืองไปขนาดไหน

ศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร เคยกล่าวว่า “คอร์รัปชันเป็นอาชญากรรมไร้เจ้าทุกข์”

คือไม่ค่อยมีใครใส่ใจหรือรู้สึกว่ามีหน้าที่ต้องต่อสู้ ขุดคุ้ย ร้องทุกข์ดำเนินคดีหรือรวมตัวกันต่อต้านการโกงอย่างเอาจริงเอาจัง

การที่คนไทยไม่สามารถรวมตัวกันต่อสู้กับคนโกงได้เช่นนี้ ทั้งๆ ที่มันสร้างความเสียหายให้คนทั้งประเทศอยู่ทุกวี่วัน อาจเป็นเพราะต่างก็คิดไปว่า ใครๆ ก็ยอมจ่าย เล็กน้อยยอมรับได้ เงินหลวงไม่ใช่เงินฉัน จะไปร้องเรียนก็ไม่รู้ว่าจะเกิดประโยชน์อะไรนอกจากตัวเองต้องเสียเวลายุ่งยากเผลอๆ อาจเดือดร้อนต้องขึ้นโรงขึ้นศาลไปด้วย จนเป็นที่มาของคำพูดว่า “ไม่คุ้มที่จะเป็นคนดี” และ “ใครๆ ก็โกง” สุดท้ายคนโกงลอยนวลเชิดหน้ากันต่อไป

แล้วเราจะปล่อยมันไปอย่างนี้อีกนานแค่ไหนเล่าครับ

Leave a comment

Filed under Uncategorized

สินบนข้ามชาติ: ปราบอย่างไรให้ได้ใจประชาชน

เมื่อเกิดกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับคอร์รัปชัน ก็ต้องเน้นการเอาเหตุและพฤติกรรมเหล่านั้นมาอธิบายให้สังคมเข้าใจ โดยไม่ละความพยายามที่จะหยุดยั้งความเสียหายที่กำลังเกิดขึ้นและหาทางเอาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพื่อสร้างความหวังให้กับประชาชนในการที่จะพูดหรือเปิดเผยข้อมูลเพื่อกำจัดคนโกงต่อไป

17796466_769082233256526_8095168072223844120_n.jpg

สินบนข้ามชาติ: ปราบให้ได้อย่างใจประชาชน

ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ว่า คดีสินบนข้ามชาติกำลังสะดุด เพราะคดีดังอย่างสินบนโรลส์รอยซ์อาจไม่สามารถหาข้อมูลพฤติกรรมและเส้นทางการเงินไปเอาผิดบรรดาคนที่มีส่วนร่วมได้ (พาดหัว นสพ. กรุงเทพธุรกิจ 2/4/60) ผู้เขียนเห็นว่า ข่าวแบบนี้นอกจากไม่มีประโยชน์แล้วยังเป็นการทำร้ายความรู้สึกของประชาชนว่าเราจะต่อสู้กับคอร์รัปชันไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเรื่องใหญ่และชัดเจนขนาดนี้ยังเอาคนโกงมาลงโทษไม่ได้

ขณะนี้สินบนข้ามชาติที่ถูกเปิดเผยมีเพียง 12 คดีเท่านั้น แต่เชื่อกันว่า การทุจริตระดับนี้ทำกันมานานแล้วและเริ่มมีรูปแบบใหม่ๆ อย่างกรณีที่ต่างชาติมาล็อบบี้ให้นักการเมืองแก้ไขกฎหมายจนสำเร็จ โดยคนที่สามารถบงการได้มักเป็นผู้มีอำนาจระดับสูงของรัฐหรือหน่วยงานเท่านั้น และที่ทำกันมากเป็นเพราะให้ผลตอบแทนดี ขณะที่ระบบป้องกันทั้งบุคลากรและเครื่องไม้เครื่องมือตรวจจับของเรายังมีน้อยหรือไม่ได้มาตรฐาน การรับจ่ายเงินสินบนก็มีทั้งที่รับจากต่างชาติโดยตรงและผ่านนายหน้า มีทั้งจ่ายและเก็บเงินไว้ในประเทศและเก็บไว้ต่างประเทศอย่างที่เป็นข่าวฉาวโฉ่ทั่วโลกในกรณีปานามา เปเปอร์

สินบนข้ามชาติหรือจะเรียกปนๆ ไปว่าค่านายหน้า – ค่าการตลาดก็ตาม เกิดขึ้นทั้งในรัฐวิสาหกิจและกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวโยงกับเมกกะโปรเจค การจัดซื้อ การจ้างที่ปรึกษา จ้างทำงาน การลงทุน การปริวรรตเงินตรา การซื้อวัตถุดิบ เช่น การซื้อขายก๊าซและน้ำมัน เป็นต้น

การต่อสู้กับคอร์รัปชันในสังคมที่มีปัญหาร้ายแรงมายาวนาน เมื่อเกิดกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับคอร์รัปชัน ก็ต้องเน้นการเอาเหตุและพฤติกรรมเหล่านั้นมาอธิบายให้สังคมเข้าใจ โดยไม่ละความพยายามที่จะหยุดยั้งความเสียหายที่กำลังเกิดขึ้นและหาทางเอาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพื่อสร้างความหวังให้กับประชาชนในการที่จะพูดหรือเปิดเผยข้อมูลเพื่อกำจัดคนโกงต่อไป

ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงปัญหาและมีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่รวมถึงให้การสนับสนุนมาตรการใดๆ ของรัฐที่จะเอาตัวคนโกงมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว ผู้เขียนขอเสนอให้ ป.ป.ช. และรัฐบาลทำงานโดยยึดโยงกับประชาชนด้วยการเร่งจัดทำข้อมูลต่อไปนี้มาเผยแพร่ให้สังคมรับรู้อย่างเป็นทางการ

  1. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดี โดยนำข้อมูลเกี่ยวกับคดีทั้งหมดที่หน่วยงานของรัฐต่างชาติได้เผยแพร่สู่สาธารณะแล้วบวกกับข้อมูลที่ไทยมีอยู่ก่อนหน้านี้ (เท่าที่เปิดเผยได้) มาสรุปเรื่องให้ความรู้แก่ประชาชน เพราะที่ผ่านมาคนไทยได้รับรู้จากสื่อมวลชนและโซเชี่ยลมีเดียเพียงด้านเดียว
  2. รายงานความพยายามของรัฐ ว่าขณะนี้รัฐบาลและ ป.ป.ช. กำลังทำอะไร ขั้นตอนไหน
  3. สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ต่อประเด็นที่สร้างความสงสัยให้สังคมอยู่ เช่น
  • ใครกันแน่ที่เป็นหน่วยงานหลักในการทำคดีและใครที่มีอำนาจตามกฎหมายในการประสานงานขอข้อมูลทางคดีจากต่างชาติ และหน่วยงานอื่นๆ อย่าง อัยการสูงสุด สตง. ป.ป.ง. ป.ป.ท.และ ศอตช. จะมีบทบาทร่วมอย่างไร
  • บทเรียนจากคดีอดีตผู้ว่าการท่องเที่ยวฯ มีความเหมือนหรือแตกต่างจากคดีอื่นๆ อย่างไร และที่มีข่าวว่า รัฐบาลต่างชาติอาจไม่ให้ข้อมูลทางคดีเพราะไทยมีโทษประหารสำหรับคดีคอร์รัปชัน แต่ในทางปฏิบัติแล้วอัยการสูงสุดสามารถทำหนังสือสร้างความมั่นใจไปยังประเทศนั้นๆ ว่าจะไม่มีการลงโทษถึงประหารชีวิตในคดีที่ขอความร่วมมือนี้ ใช่หรือไม่
  • เราสามารถใช้อนุสัญญาฯ UNCAC 2003 หรือกฎหมายฟอกเงินและมาตรการนานาชาติทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน FATF (Financial Action Task Force) ให้เป็นประโยชน์ในคดีเหล่านี้ได้แค่ไหน
  • บางคดีที่หมดอายุความตามกฎหมายอาญาหรือ กฎหมาย ป.ป.ช. แล้ว ยังมีช่องที่จะทางใช้กฎหมายอื่นไปเล่นงานหรือเปิดโปงคนโกงได้อีกหรือไม่
  1. สร้างความมั่นใจร่วมกัน ว่าเราจะป้องกันมิให้เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นอีกในอนาคตได้อย่างไร

ทำอย่างนี้ประชาชนจะได้เข้าใจปัญหา รับรู้การทำงานของรัฐว่าโปร่งใสทุ่มเทหรือมีข้อจำกัดอย่างไรที่ต้องช่วยกันแก้ไข สุดท้ายความศรัทธาต่อกันก็จะเกิดขึ้นและเป็นผลดีต่อประเทศในระยะยาว

ประเด็นนี้วันนี้ ผู้เขียนได้แรงบันดาลใจจากการบรรยายของ รศ.ดร. นิพนธ์ พัวพงศกร เมื่อประมาณปี 2556 ครับ

 ดร. มานะ นิมิตรมงคล

เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

4/4/60

Leave a comment

Filed under Uncategorized

2 ปี ข้อตกลงคุณธรรม

ประโยชน์ที่ได้จากการใช้ “ข้อตกลงคุณธรรม” มา 2 ปี

การใช้ข้อตกลงคุณธรรมนอกจากจะไม่เป็นอุปสรรค ไม่ทำให้เสียเวลาหรือเพิ่มต้นทุนในการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว ยังช่วยทำให้ประสิทธิภาพในการจัดซื้อจัดจ้างดีขึ้น ทั้งที่เป็นตัวเงินและที่มีคุณค่ามากกว่าเงิน

article_161228174453_67.png

ข้อตกลงคุณธรรม ถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความโปร่งใสการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐมาตั้งแต่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 มีโครงการจัดซื้อที่เข้าร่วมทั้งสิ้น 44 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 222,762.90 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีการจัดซื้อจัดจ้างไปแล้ว 23 โครงการ รวมมูลค่า 32,201.43 ล้านบาท เกิดการประหยัดเงินงบประมาณแผ่นดินไปได้ 6,162 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 20 โดยเฉลี่ย

โดยมีข้อสังเกตว่า โครงการจัดซื้อฯ ปีงบประมาณ 2560 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม คือ การจัดซื้อรถจักรยานยนต์สายตรวจขนาด 250 ซีซี. จำนวน 15,015 คัน วงเงินงบประมาณ 2,230 ล้านบาท แต่หน่วยงานได้ลงนามสั่งซื้อไปแล้วเมื่อ 14/12/59 ก่อนมีการใช้ข้อตกลงคุณธรรม โดยจัดซื้อในวงเงิน 2,229.97 หรือต่ำกว่าราคากลาง 3 หมื่นบาท (ข้อมูลกรมบัญชีกลาง)

จากการทำงานและการเรียนรู้ทำให้ประเมินได้ว่า การใช้ข้อตกลงคุณธรรมนอกจากจะไม่เป็นอุปสรรค ไม่ทำให้เสียเวลาหรือเพิ่มต้นทุนในการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว ยังช่วยทำให้ประสิทธิภาพในการจัดซื้อจัดจ้างดีขึ้น กล่าวคือ

  1. ทำให้ประหยัดเงินงบประมาณหรือเงินภาษีของประชาชนจำนวนมาก ดังกล่าวข้างต้น
  2. พัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

2.1 สร้างวัฒนธรรมการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ที่โปร่งใสและมีส่วนร่วมของประชาชน

2.2 สร้างประสิทธิภาพในการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น การปรับปรุงการเขียน ทีโออาร์ การกำหนดเงื่อนไขให้มีการแข่งขันมากขึ้น กำหนดเงื่อนไขการจัดซื้อที่เป็นประโยชน์กับรัฐและการกำหนดราคากลางที่เป็นธรรม เป็นต้น

2.3 ข้าราชการที่ดีทำงานง่ายขึ้น มีกำลังใจมากขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้แต่ละโครงการประสบความสำเร็จ คงมิใช่แค่การมีผู้สังเกตการณ์ที่ดีและได้รับการสนับสนุนข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับนโยบายและความเอาจริงเอาจังของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลาง สคร. รวมถึงหัวหน้าหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในหน่วยงานที่ทำการจัดซื้อฯ

ที่ผ่านมาโครงการข้อตกลงคุณธรรมยังได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากสถาบัน IOD ธนาคารพัฒนาเอเซีย (ADB) สมาคมการค้าและอีกหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะบรรดาอาษาสมัครและสมาคมวิชาชีพที่คัดสรรผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมทำหน้าที่ผู้สังเกตการณ์ (Independence Observers = IO) ในโครงการ

ดร. มานะ นิมิตรมงคล

เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ

10/4/60

Leave a comment

Filed under Uncategorized